จดหมายความในใจมายังเพื่อน ถึง "รอมฏอน ปันจรอง"
by ภูมิวัฒน์ นุกิจ

จดหมายฉบับแรกและฉบับสุดท้าย ...ความในใจมายังเพื่อน ถึง "รอมฏอน ปันจรอง" เพื่อนรัก... นักข่าวภาคสนามสำนักพิมพ์ผู้จัดการ

ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยความรู้สึกที่ไม่สู้ดีนักเนื่องจากต้องแยกให้ออกอย่างชัดเจน ระหว่างเรื่องส่วนตัว กับเรื่องส่วนรวม ตลอดเวลาย้อนหลังเกือบสิบที่ผ่านมา ที่ได้มีโอกาสร่วมทำกิจกรรมในขบวนการนักศึกษา ขบวนการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) หรือ คณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 16 สถาบัน (คอทส.) ที่ผมและคุณ หรือเพื่อนๆ อีกหลายคน ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยในช่วงชีวิตหนึ่งของการเป็นนักศึกษา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราได้เคยร่วมกันต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมทางสังคม สิทธิทางการเมือง สิทธิในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สังคมที่ดีงาม อย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ ร่วมเป็นร่วมตายกันนับครั้งไม่ถ้วนในช่วงวัยเยาว์ของหนุ่มสาวที่มีพลังสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยมสมวัย....

ผมอึดอัดและเก็บความไม่สบายใจมาตลอดระยะเวลา 2 ปีเต็ม ในบรรยากาศที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มต้นจากความเข้มข้นรุนแรง สู่การคลี่คลายไปตามกระบวนการ ครรลองของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา และย้อนหมุนกลับ มาสู่สถานการณ์การสร้างเงื่อนไขความรุนแรงทางการเมืองและสังคม ขึ้นอีกครั้งในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสำนักพิมพ์ ที่เพื่อนได้เข้าเรียนรู้ หรือร่วมทำงานอยู่ด้วยนั้น มีส่วนสำคัญในการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร การใช้ความรุนแรงทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นภาษา เนื้อหาข่าว การแสดงความเห็น หรือการกระทำอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางธุรกิจและการค้าของสำนักพิมพ์แห่งนี้

ตลอดเวลาเกือบ 2 ปีเต็มๆ ที่ผมเดินออกมาจากบ้านเรียกร้องประชาธิปไตย ได้เผชิญหน้ากับบรรยากาศ เผด็จการรัฐทหาร อำนาจนิยม ที่ถือกระบอกปืนชี้นำสังคมไทยให้ไหลทวนไปสู่สังคมกึ่งประชาธิปไตย กึ่งอำมาตยาธิปไตย (ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางชนชั้น ระหว่างนักการเมืองประชาธิปไตยใหม่ทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ กับ ฝ่ายทุนนิยมขุนนาง ศักดินาอนุรักษ์นิยม และแนวร่วมกลุ่มทุนล้าหลัง ทุนนิยมอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชน ผู้เสียผลประโยชน์) ซึ่งมองไปทางไหนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเป็นห่วงในบ้านเมือง และได้ตระหนัก ว่ามีคนเร่รอนไร้บ้าน เพิ่มจำนวนมากขึ้นๆ ทุกวันตามข้างถนนหนทาง (ซึ่งเราอาจมีความเห็นที่ต่างกันบ้างในเรื่องนี้)

ไม่เพียงเท่านั้น อำนาจเผด็จการทหารยังได้คุกคามผมและเพื่อนคนอื่นๆที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย โดยการส่งทหารนอกเครื่องแบบ ผลัดเปลี่ยนหน้าตาหลายคนติดตามตัวเรา และพฤติกรรมของเรา ขอบอกตรงๆ ว่าผมรักทหารนะ เพราะทหารเป็นลูกหลาน เป็นพี่น้องของเรา บางคนเป็นลูกเป็นหลานของคนจนในชนบท...

สุดท้าย จดหมายฉบับนี้ซึ่งเป็นฉบับแรกและคงเป็นฉบับสุดท้าย ที่ผมจะขอส่งความจริงใจที่มีต่อเพื่อนถึงเพื่อนเช่นคุณ ซึ่งไม่มีวันเสื่อมหายจากหัวใจและความคิดของผมได้นอกเสียจากผมจะเสียชีวิตลง หรือหายตัวไป

จึงอยากขอให้เพื่อนทบทวนบทบาทตัวเองในการทำงานและอำนวยความสะดวกให้แก่สำนักพิมพ์แห่งนี้ และฝากไปถึงเพื่อนคนอื่นๆ ในสาขาวิชาชีพต่างๆ ให้ตรวจสอบความคิดตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากเราคิดผิด เรามักทำผิดเสมอ ซึ่งมนุษย์ไม่ควรทำผิดซ้ำๆ หรือย่ำอยู่กับที่ เพราะพระเจ้าคงไม่เคยช่วยอะไรมนุษย์ได้จริง นอกจากมนุษย์ด้วยกันเช่นเราเองนี่ล่ะ จะอุ้มชูสังคมให้พัฒนาตนเองไปได้ ตามครรลองประชาธิปไตย อันคิดถึงคนยากคนจนบ้าง แบ่งปันความดีงามที่สิงอยู่ในใจให้แก่กันบ้าง เออ..มีเพื่อนหลายคนที่ผมคงกู่ไม่กลับแล้ว และไม่เคยฟังเสียงผมเลยแม้แต่น้อย หวังว่าคุณจะฟังเสียงเล็กๆ จากผมบ้างนะ

ด้วยรักและคำนึงถึง

ผมเอง ภูมิวัฒน์ นุกิจ
ณ บ้านรางน้ำ กรุงเทพมหานคร

*27 มี.ค. 2551
ขอสันติจงคุ้มครองเพื่อนของเราและประชาชนทั้งผอง
จากความอยุติธรรมทางสังคมและความรุนแรงทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้น


This Website Design and Maintenance by noknight - สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต