หัวใจ และ ไหปลาร้า
by สาวลาว

มีความเชื่ออยู่ประการหนึ่งเกี่ยวกับ "ความรัก"

ความรัก นั้นมิได้ถูกจำกัดขอบเขตของความรักเพียงว่าคนคนนั้นต้องรูปงาม คนนั้นต้องร่ำรวยคนนั้นมีการศึกษา คนนั้นต้องมีความเก่งกล้าสามารถ แม้คนนั้นจะเป็นคนดีหรือไม่ดี ความรักไม่มีชนชั้น ไม่มีพรมแดน ไม่มีศาสนา ไม่มีเส้นแบ่งแม้แต่ขอบฟ้า ไม่มีผิด ไม่มีถูก เชื่อมั่นว่าทุกคนเกิดมาเพื่อจะรักและเพื่อให้คนนำพาความรักมาให้ แม้คนนั้นจะมีความอัปลักษณ์ เพราะนัยและความหมายแห่งรักนั้น หมายถึงความปรารถนาที่จะให้คนที่รักมีความสุข มีความห่วงหา แบ่งปันและอาทร ที่สำคัญนั้นจะต้องมีความเคารพและให้เกียรติดำรงชีวิตร่วมกันด้วยความเสมอภาคเท่าเทียม

ความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ จากประสบการณ์ของชีวิตที่ต้องดิ้นรนขวนขวาย เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย เคยวาดหวังไว่ว่าถ้าพอมีกำลังมีโอกาสที่ตัวเรามีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบ มีคุณภาพชีวิตที่พอกินอิ่ม นอนหลับ มีเสื้อผ้านุ่งห่มให้ได้อบอุ่น มีสภาพอากาศบริสุทธิ์ สิ่งแวดล้อมสะอาดปลอดภัย และ มีงานทำ

หากมีกำลังและโอกาสที่เหลือจะช่วยเหลือแบ่งปันให้คนอื่นด้วย เมื่อคราเข้าร่วมกิจกรรมของเพื่อนผู้ใช้แรงงาน ซึ่งก็เป็นอาชีพของเราขณะนั้น และได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ ให้เป็นผู้นำในการต่อสู้ปกป้องสิทธิประโยชน์ของเพื่อนผู้ใช้แรงงาน

ชายหนุ่มผู้หนึ่งนั้นคือเพื่อนผู้นำพาความปรารถนาดี ช่วยเหลือแบ่งปันและอาทร สนับสนุนส่งเสริมให้งานและอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นบรรลุเป้าหมาย นี่คือนัยของความรักที่สัมผัสได้ จากการร่วมพูดคุยปรึกษาหารือร่วมกิจกรรมจนกลายเป็นคนรู้จักคุ้นเคย พัฒนาเป็นคนใกล้ชิด

หลายครั้งที่พรรคพวกเพื่อนฝูงรวมทั้งชายหนุ่มคนนั้นได้มีโอกาสร่วมวงกินข้าวร่วมพา กินปลาร้าร่วมถ้วยกัน มักมีการพูดคุยหยอกเอินม่วนซื่นโฮแซวกันสนุกสนานเมื่อยามกินส้มตำปลาร้าหรือ น้ำพริกปลาร้า ว่าเป็นอาหารหลักที่ทำให้ทุกคนที่ร่วมกิจกรรมมีพละกำลังสมองสองแขนสองขานำพาสู่พลังในการต่อสู้ แทบทุกครั้ง อาหารที่ร่วมวงนั้นคืออาหารอีสานเป็นหลักและเพิ่มสูตรอาหารมากมายทั้งแกง ทั้งต้ม ทั้งอ่อม สาระพัดที่ล้วนแล้วต้องใส่ปลาร้าในรูปแบบต่างกันออกไป หลายต่อหลายครั้งจนเป็นความเคยชินที่ชายหนุ่มต้องกินปลาร้าร่วมวง

จากรูปลักษณ์ รูปกายภายนอกบุคลิกลักษณะที่แตกต่างทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชายหนุ่มคนนี้นั้นคือลูกชายคนจีน นักศึกษาหนุ่มวัยใส แต่เอ๊ะ! ทำไมใยจึงกินปลาร้าอย่างไม่เคอะเขิน จึงถูกตั้งคำถามจากเพื่อนฝูงว่ากินปลาร้าได้อย่างไร

คำตอบของชายหนุ่มที่ตอบออกมาประมาณว่า จากก้นบึ้งของหัวใจอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "กินกันตาย" เพราะไม่มีอะไรให้กินได้มากกว่านี้

เส้นทางของความรักที่ยาวนาน ได้นำพาให้ทั้งสองชีวิตใช้ชีวิตร่วมกันหลังจากที่ชายหนุ่มเรียนจบมีงานทำเพื่อเริ่มต้นสร้างครอบครัว ชีวิตคู่มีความสุขตามอัตภาพ กินวันนี้พออิ่มเพื่อเผื่อเหลือในวันข้างหน้าเก็บหอมรอมลิบเพื่อสิ่งที่ยังมองไม่เห็นคืออนาคต ที่ดูไม่ใช่เรื่องง่ายต่อไปนี้ จนมีอีกชีวิตหนึ่งก่อเกิดมาเป็นสายใยเชื่อมความผูกพันระหว่างคนสองคน

ความที่เป็นคนกินอาหารยากเย็น แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องการกินอาหารในร้านเลิศหรู ด้วยอาหารเลิศรส หมูหันไก่อบ อาหารจะต้องครบ 5 หมู่ ตามหลักโภชนาการเท่านั้น แต่อาหารที่ต้องกินประจำนั้น คือ น้ำพริกปลาร้า แจ่วปลาร้า อ่อมปลา อ่อมไก่ ลาบน้ำตก ส้มตำ อาหารสาระพัดที่ปรุงแต่งด้วยปลาร้านั่นต่างหากคือสิ่งที่ปรารถนา ถ้าหาซื้อไม่ได้ ก็จะไม่กิน หรือถ้ากินก็กินเพื่อให้ได้อิ่มแต่ขาดรสชาดสีสันและบรรยากาศไป เป็นที่ทราบกันดีในหมู่เพื่อนฝูงที่สนิสนม จึงต้องปรุงแต่งอาหารเองถ้ามีเวลาและจะพยายามหาโอกาสทำอาหารเองเพื่อให้ได้เติมแต่งรสชาดด้วยปลาร้าให้สมใจ

อ่อมไก่ บ้านเป็นอาหารในเย็นวันหนึ่ง ที่ต้องใส่ปลาร้าคือหัวใจของการอ่อม ตามด้วยใบแมงลัก ผักชีลาว อ่อมจะไม่ถูกเรียกว่าเป็นอ่อมถ้าขาดปัจจัยเหล่านี้ไป ด้วยเหตุขัดข้องหรือบังเอิญที่การทำอ่อมวันนั้นมีปริมาณปลาร้าที่น้อยจึงทำให้รสชาดเปลี่ยนไป พ่อของลูกสาวตะโกนข้ามครัวมาว่า "อ่อมมันมีรสชาดจางๆ สงสัยปลาร้าคงน้อยไปหรือเปล่า"

ที่เคยได้ยินผ่านหูมานั้น คนจีน หรือ คนภาคกลาง จะเรียกอาหารรสจืด...ว่าจืด แต่สามีของข้อยที่เป็นคนจีนคักๆ เรียกรสจืดว่าจางเหมือนคนอีสานแท้ๆ พูดกัน จึงได้พูดจากระเซ้าไปว่า "เห็นเคยบอกว่ากินปลาร้ากันตายไงเจ้าคะ" สามีข้อยพูดออกมาได้หน้าตาเฉยว่า "เฮ้อ...เห็นทีจะต้องตายถ้าไม่ได้กิน"


This Website Design and Maintenance by noknight - สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต