ค่ายฯ 13 (อุบลราชธานี : 17-31 ต.ค. 44)
by ค่ายอาสาฯ ABAC

ค่ายฯ 13 : 17-31 ตุลาคม 2544
โรงเรียนบ้านดอนงัว อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี






เสื้อค่ายตัวที่ 11 รุ่นค่ายกลางเขื่อน

ค่ายฯ 13 อุบลราชธานี ที่โรงเรียนตั้งอยู่กลางเขื่อน จึงออกแบบเป็นรูปคนพายเรือ


จุลสารค่าย ฉบับที่ 17
ปลาเป็น-ปลาตาย เล่มที่ 4
ประจำค่ายฯ 13 (อุบลราชธานี)

เป็นทั้งจุลสารรายเดือนส่งถึงสมาชิก และเป็นทั้งจุลสารประจำค่ายฯ 13 ในตัว จึงมีเนื้อหาเรื่องการชี้แจงกฎ และรูปแบบต่างๆ ในการออกค่ายฯ

  • เกริ่น : บทบรรณาธิการ
  • คำคม-คนจริง
  • ประวัติชมรม : โดย รัตติกาล
  • กฎระเบียบและข้อปฎิบัติของค่ายฯ
  • กำหนดหารในแต่ละวัน
  • แนะนำกรรมการค่ายฯ
  • ถนนแปลกแยก : ภาคประชาชนกับปัญหาวิกฤตชาติ โดย รัตติกาล
  • การดำเนินงานฝ่ายต่างๆ
  • ซุบซิบชาวค่ายฯ : ยามเมื่อลมพัดหวน..ชวนให้ต้องซุบซิบ โดย ปากมอม
  • สภากาแฟ : ปลาที่ตายทั้งเป็น โดย ม้าก้านกล้วย
  • การ์ตูน ตา-หลก
  • วัตถุประสงค์ชมรมฯ - กิจกรรมชมรมฯ - ตราประจำชมรมฯ
  • บทความพิเศษ : เรื่องเล่ารอบกองไฟ โดย จำอวด ณ สุวรรณภูมิ
  • การ์ตูน ไม่ตลก
  • บทกวี : มนุษย์น้อยนักสู้ โดย ยืนยง โอภากุล
  • ตำนานเพลงเพื่อชีวิต : เพลงค่ายฯ โดย รัตติกาล

ความคิดเห็นที่: 2
ออกค่ายนี้ แล้วรู้สึกว่า อยากกลับมาดูภาพจากค่าย อุบล ที่แล้วซึ่งอยู่รอบเขื่อนเดียวกัน เขื่อนสิรินธร จ.เดียวกัน อุบลราชธานี แล้วก็มาเตรียมค่ายเหมือนกับค่ายนี้ และยังไปรับพี่น้องที่สถานีรถไฟที่วารินชำราบ เหมือนเดิม เวลาเดิม แถมยังกินอาหาร, นอนโรงแรม เดิมๆอีก แค่ระยะเวลามันต่างกัน3ปี ทำให้ความรู้สึกนึกไปถึงบรรยากาศในค่ายฯ

มันเทียบอะไรกับค่ายนี้ไม่ได้เลย อย่างสิ้นเชิง.... ทำโครงงานกัน 8 คน, ทำสวัสดิการ 3 คน, ออกประชาสัมพันธ์ 4 คน ทุกคนเหนื่อยร้าอย่างสุดแรง มียามด้วย แต่สังขารไม่ไหวแล้ว นั่งหลับหน้าอาคารเรียนยันเช้า บรรยากาศรอบกองไฟไม่มีความสนุกเลย เป็นอย่างนี้มา 12 วัน แล้วพวกตามมาก็มาถึงด้วยคนประมาณ 8-9 คน ความเฮฮาเริ่มมีขึ้นเรื่อยๆ จนสนุกไปทั้งค่าย แล้วเด็กใหม่ก็พูดขึ้นมาว่า พวกเขามากันแล้ว มันหมายความว่า ทุกสิ่งที่ลำบากร่วมกันมา หายหมดสิ้นเพราะ ความสนุก มีคนเคยบอกผมว่าความสนุกทำให้คนจำ แต่ความลำบากทำให้คนไม่ลืม แต่ค่ายฯอุบล 13 นี้ ความสนุกกลบบังความลำบากของคน 15 คนหมดสิ้น และยังกดทับความเจ็บปวดของกรรมการอีกด้วย ที่ทำด้วยแรงกาย ที่มาจากใจจริงๆ ฟังดูแล้วมันรู้สึกน่าประทับใจในส่วนของ 15 คน กับ 12วัน นอกนั้นที่เหลือ กูอยากลืม ค่ายอาสาพัฒนาชนบทนะ ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ หรือมาเปลี่ยนสถานที่กินเหล้า ........อย่างนี้พวกที่ต่อสู้กันมาด้วยความลำบาก จะคิดอย่างไร แล้วพวกที่ตามมาจะคิดอย่างไร... กูว่าไม่เคยคิดแล้วแม่งก็ไม่รู้ตัวจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างจากค่ายอาสาพัฒนาชนบท(abac)อยู่ในความทรงจำของผม..... บ้างดี บ้างเลว แต่ทั้งหมด ก็กำลังเดินทางมาถึงค่ายสุดท้าย ที่สุดท้ายสำหรับคำจารึกบนป้ายอนุสรณ์หน้าอาคาร ที่มีคำว่า อัสสัมชัญ

ค่ายฯนี้(อุบล 19)มีบทเรียนหลายอย่างที่ใหม่และแปลกให้เราได้รับรู้ แต่ที่แปลกที่สุดมันทำให้เกิดความรู้สึกรักกันมากขึ้น อบอุ่นมาก และทุกอย่างนั้นซ่อนพลังบางอย่างให้รู้ว่าต้องสู้ต่อ และไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องสู้อะไรต่อไป แต่รู้อย่างเดียวว่า ไม่ว่าหน้าไหนกูก็จะไม่หวั่น มั่นคงในค่ายฯ

by : ตะวันแสงแรก
IP : (61.90.95.148) - เมื่อ : 9/11/2004 01:51 PM


ความคิดเห็นที่: 3
การจะออกค่ายแต่ละครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถออกกันได้ภายในวันหรือสองวันแค่นั้น มันต้องมีขั้นตอนให้กรรมการปวดหัวและทำงานกันอย่างหนัก ที่รู้ดีก้อเพราะว่าได้เห็นเพื่อนที่เป็นกรรมการค่ายทำงานกันสองคนอย่างเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังเป็นผู้หญิงทั้งตัวเล็กๆทั้งคู่ แต่ฟ่าฟันอุปสรรค์เพื่อให้ออกค่ายๆนึงได้ มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่เค้าทั้งสองก้อทำได้อย่างและอย่างดีเพื่อรักษาค่ายๆหรือชมรมค่ายไว้ให้คนค่ายได้ร่วมกันออกค่าย ไม่ว่าจะโดนกดดันอย่างไรจากสโมสรหรืออาจารย์
เมื่อได้ออกค่ายแล้ว มีสมาชิกกลุ่มนึงมาร่วมตัวกันอยู่ด้วยกันช่วยกันทำงานอย่างหนัก กว่าจะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การปรับตัวของคนแต่ละคนให้สามารถเข้ากันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เวลานั้นกลุ่มคนเหล่านั้นจะทำได้เองด้วยความจริงใจเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น
แต่วันนึงมีอีกกลุ่มคนนึงที่อยากตามไปออกค่ายด้วย อาจจะทำตามกฎของค่ายหรือไม่ก้อตาม แต่ก้อได้มีการตกลงกันว่าจะไม่ทำให้ค่ายมีปัญหา เพราะเท่ากับว่ามีกลุ่มคนสองกลุ่มแล้วล่ะที่ไปออกค่าย มันไม่ใช่หนึ่งเดียว ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนกรรมการค่ายแล้วยิ่งน่าจะต้องตระหนักให้มากว่าเพื่อนเราต้องรับภาระอะไรมาบ้างแล้ว แล้วเมื่อเราตามไปอีกก้อเท่ากับว่าเพื่อนเราได้มีภาระเพิ่มขึ้นอีดเท่านึง เพื่อที่เค้าจะร่วมสองกลุ่มให้เป็นหนึ่งไม่เลือกกระทำหรือปฎิบัติต่อใครเป็นพิเศษ เพราะกรรมการต้องรับผิดชอบปัญหาทุกอย่าง ดังนั้นการตามไปส่วนใหญ่มักจะเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่ามากหรือน้อย
การออกค่ายให้เป็นสุขต้องไม่ไปแล้วไม่เกิดปัญหา หรือทำให้ตัวเป็นปัญหาเพื่อให้ผู้ที่อนุญาตหนักใจ อย่างน้อยเราก้อต้องนึกถึงเพื่อนเราให้มากๆอย่างทำตัวแปลกแยกจากสมาชิกคนอื่นๆ และปรับตัวให้กลมกลืนเข้ากลับสมชิกคนอื่นด้วย แค่นี้ก้อสามารถเข้าถึงบรรยากาศค่ายได้ นี่ก้อบอกเล่าจากประสบการที่เจอมาเองนะจ๊ะ

by : เมืองหนาวไม้เก่า
IP : (168.120.33.159) - เมื่อ : 10/11/2004 04:48 PM


ความคิดเห็นที่: 4
ค่ายอุบลเหมือนกันเลย ห่างกันไม่กีปีเอง ว่าแต่มันมีอะไรที่ต่างกันดุจำนวนสมาชิกก้อต่างแล้ว อยากรู้จักว่าค่ายอุบลรุ่นก่อนๆเป็นอย่างไรบ้าง
เล่าให้ค่ายอุบลล่าสุดฟังบ้างสิ

by : เมืองหนาวไม้เก่า
IP : (203.156.183.2) - เมื่อ : 13/11/2004 03:17 PM


ความคิดเห็นที่: 5
เรื่องมันยาว... ยาวประมาณ 1 กลม เล่าจบ สนไหม

by : ตะวันแสงแรก
IP : (61.90.95.231) - เมื่อ : 16/11/2004 11:17 AM


ความคิดเห็นที่: 6
ผมไม่รู้หรอกว่า พวกคุณทำงานกันอย่างไรบ้างแต่ขอยืนยันว่าเห็นด้วยในสิ่งที่คุณทำและเชื่อว่าเป็นประโยชน์อย่างมากมาย ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างนะ สู้ต่อไป

by : ต้นกล้า
IP : (203.209.106.168) - เมื่อ : 7/04/2005 05:42 PM


This Website Design and Maintenance by noknight - สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต