โครงการสานศิลป์...อาสา เยียวยาใจหลังภัยพิบัติ
by กลุ่มรองเท้าแตะ


โดย มูลนิธิกองทุนไทย (TFF) ได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนคุ้มครองเด็ก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ความเป็นมา หลักการและเหตุผล

ภัยพิบัติ ความเสียหายทั้งกายและใจ ทุกครั้งที่ภัยพิบัติธรรมชาติได้อุบัติขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อสังคมและคนในชุมชนในวงกว้าง ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งนับวันจะเพิ่มความถี่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ส่งผลและสร้างความเสียหายอย่างมากต่อเด็กและเยาวชนในชุมชนที่ประสบภัยโดยตรง โดยเฉพาะปัญหาที่เด็กและเยาวชนได้รับความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ต้องหยุดเรียนเป็นเวลานาน รวมทั้งเกิดภาวะซึมเศร้าจากการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างร้ายแรง เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สูญเสียบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ยิ่งทำให้สภาวการณ์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ประสบภัย ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและเยียวยาทางจิตใจอย่างเร่งด่วน

แต่ทั้งนี้ ปัจจุบันการเยียวยาจิตใจของเด็กและเยาวชน ยังเป็นเรื่องที่ถูกละเลยจากสังคม ที่มักจะระดมความช่วยเหลือวัตถุสิ่งของในระยะแรกๆ เช่น การบริจาคเงิน อาหาร และสิ่งของจำเป็นต่างๆ ซึ่งได้เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ทางด้านจิตใจในระยะยาว เมื่อคลื่นแห่งความช่วยเหลือหายไป แต่กำลังใจยังไม่เกิด… จะเป็นอย่างไร?

นอกจากนั้น ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศยังไม่มีความพร้อมในการรับมือกับสภาวะภัยพิบัติ จึงส่งผลให้เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นมา ก็จะประสบความสูญเสียเป็นอย่างมาก ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจต่อเหตุการณ์และวิธีการรับมือกับภัยพิบัตินั้นๆ

บางคนเชื่อว่า "ภัยพิบัติธรรมชาติ" คือ บทลงโทษของพระผู้เป็นเจ้า ต่อมนุษย์ผู้ทำลาย ในขณะที่ทางวิทยาศาสตร์อาจมองว่า มันเป็นเพียงปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ทุกเวลา โดยไม่เลือกว่า จะเป็นพื้นที่ใด ชนชาติใด และภาษาใด แต่ทุกครั้งที่ภัยพิบัติธรรมชาติได้อุบัติขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติในวงกว้าง

ในประเทศไทยเอง แม้ภัยพิบัติธรรมชาติจะถือเป็นเรื่องที่ยังใหม่ แต่เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ หรือโคลนถล่มในจังหวัดอุตรดิตถ์ น้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำอีกในทุกภาค ทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวอยู่มาก หลายหน่วยงานหันมาให้ความสนใจในเรื่องภัยธรรมชาติ เกิดการสำรวจและติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย เกิดศูนย์เฝ้าระวังและบรรเทาสาธารณภัย มีบทเรียนประสบการณ์และองค์ความรู้มากมายเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ทั้งในขณะเกิดเหตุการณ์และภายหลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติได้สิ้นสุดลง

แต่กระนั้นการทำงานก็เป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ แนวคิดแนวทางแผนปฏิบัติการรวมถึงระบบการเตือนภัยล่วงหน้า ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ที่จะรองรับป้องกันหรือเยียวยาเพื่อลดทอนความสูญเสียนั้น กลับดูกระจัดกระจาย ไม่เป็นระบบ และยังไม่มีครอบคลุมภัยในทุกประเภท

ในประเทศมีภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รวมทั้งสามารถสร้างความเสียหายได้ ทั้งสิ้น 8 ชนิด ได้แก่
1. แผ่นดินไหว
2. คลื่นสึนามิ
3. น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก
4. โคลนถล่ม
5. พายุ
6. ไฟป่าและหมอกควัน
7. ภัยแล้ง
8. ภัยหนาว

ในระยะที่ผ่านมา มูลนิธิกองทุนไทย ได้ดำเนินการ 2 โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องภัยพิบัติในประเทศไทย และเรื่องสนับสนุนการทำกิจกรรมของกลุ่มเด็กและเยาวชน ได้แก่

1. ชุดโครงการสนับสนุนกิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน สานสร้างศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสุขภาวะชุมชน (สานศิลป์…รักษ์ถิ่นเกิด) เป็นโครงการที่สนับสนุนให้กลุ่มเยาวชน 58 กลุ่มทั่วประเทศ ใช้งานศิลปะวัฒนธรรมเพื่อบอกเล่าถึงท้องถิ่นบ้านเกิดตัวเอง มีเป้าหมายเพื่อเสริมพลัง (Empower) เยาวชน สร้างความมั่นใจและภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานศิลปะวัฒนธรรมของท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้เกิดความสนใจและความร่วมมือร่วมใจระหว่างกลุ่มต่างๆ ในชุมชน เพื่อให้สนับสนุนการทำงานด้านศิลปะวัฒนธรรมกับเยาวชน ซึ่งผลจากการทำงานในโครงการสามารถสร้างความมั่นใจ และภูมิใจให้กับเยาวชนอย่างได้ผล เห็นความต่อเนื่องในการทำงาน และมีความตื่นตัวในการนำเสนอ

2. โครงการ Beyond Disasters: Thailand EAR-ARM Data & Media 2008 เป็นโครงการที่รวบรวมความรู้ ข้อมูล ประสบการณ์ ในทุกระดับ ทั้งระดับท้องถิ่น หน่วยงานรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน มาสังเคราะห์ โดยใช้ หลักวิชาการ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประสบการณ์จากอาสาสมัครกลุ่มต่างๆ เพื่อจัดทำสื่อและข้อมูลให้ความรู้เรื่องภัยพิบัติ 8 ประเภท ที่อาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ โดยออกแบบให้เข้าได้ง่ายๆ และมีสื่อหลายชนิด ได้แก่ หนังสือ (เน้นภาพ), VCD, โปสเตอร์, โบว์ชัวร์ และชุดนิทรรศการ แล้วนำไปทำกิจกรรมกับอาสาสมัครกู้ภัยและชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้ได้มาซึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนและผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยงานต่างๆ ได้มีความเข้าใจต่อแนวทางการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติ และการร่วมมือช่วยเหลือกัน ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

งานศิลปะเป็นสิ่งที่สวยงามและขจัดความหมองเศร้าของจิตใจได้ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนควรจะได้รับการเรียนรู้และสั่งสมความงดงามเหล่านี้ไว้ให้มาก เพราะจะทำให้จิตใจร่าเริงและใช้ชีวิตอย่างมีสมาธิมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กเยาวชนที่ผ่านเรื่องเลวร้ายและประสบภัยมา ควรได้รับการเยียวยาจิตใจด้วยการใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือ เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ เพราะศิลปะเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน เสริมสร้างจินตนาการและสมาธิ ดังที่เราได้เห็นกลุ่มเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ประสบภัยจะมีอาการซึมเศร้า และใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน หากไม่ได้รับการเยียวยา คงยากที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีคุณค่าได้

ดังนั้นการให้โอกาสเด็กในการถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวผ่านงานศิลปะที่เป็นเสมือนสัญญลักษณ์ทางความรู้สึก คงจะได้ผลมากกว่าการที่ให้เด็กได้เล่าเรื่องราวด้วยตนเอง เพราะบางครั้งอาจเป็นการสร้างความกระทบกระเทือนทางจิตใจให้มากขึ้นก็ได้

ซึ่งการใช้งานศิลปะเป็นเครื่องระบายความในใจจึงน่าจะเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเยียวยารักษาจิตใจที่บอบช้ำได้เป็นอย่างดี

ด้วยเล็งเห็นความสำคัญและอยากจะเป็นหนึ่งของการเยียวยาเพื่อนร่วมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านจิตใจของเด็กและเยาวชนที่ประสบภัย ที่น้อยคนน้อยองค์กรจะนึกถึง ส่วนมากก็จะคิดถึงปัญหาเฉพาะหน้าเสียมากกว่า แต่ปัญหาสำคัญในเรื่องการฟื้นฟูจิตใจและความรู้สึก รวมไปถึงการให้ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องภัยพิบัติชนิดต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเอง และการเตรียมพร้อมในการรับมือ เป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ มูลนิธิกองทุนไทยจึงมีแนวคิดที่จะต่อยอดงานของทั้ง 2 โครงการข้างต้น โดยการนำองค์ความรู้ในเรื่องภัยพิบัติ และการนำกลุ่มและเครือข่ายเยาวชนที่ได้ทำกิจกรรมมาแล้ว มาจัดทำ โครงการ เยาวชนอาสา… เยียวยาใจหลังภัยพิบัติ เพื่อเยียวยาจิตใจของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งจะเป็นโครงการนำร่องใน 3 กลุ่มเยาวชนจากโครงการสานศิลป์...รักษ์ถิ่นเกิด และ 3 พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ จัดตั้งกลุ่มเยาวชนอาสาให้ความรู้เรื่องภัยพิบัติแก่กลุ่มเยาวชนอาสา

กลุ่มเยาวชนอาสาใช้ศิลปะที่เขาถนัดและความรู้เรื่องภัยพิบัติมาจัดทำสื่อและกิจกรรมเพื่อให้ความรู้พื้นฐานเรื่องการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติแก่เยาวชนในโรงเรียนและชุมชน และทำกิจกรรมเป็นอาสาสมัครดูแล เยียวยาใจเพื่อนร่วมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนที่สูญเสียจากการประสบภัยพิบัติ ในทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติในพื้นที่ของตนเองและพื้นที่ใกล้เคียง

วัตถุประสงค์

  1. สร้างกลุ่มแกนนำคนรุ่นใหม่ให้มีจิตอาสา จัดตั้งกลุ่มที่ใช้ศิลปะเยียวยาใจและสามารถให้ความรู้พื้นฐานเรื่องภัยพิบัติแก่เด็กเยาวชนและชาวบ้านที่ประสบภัยพิบัติ
  2. ฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กเยาวชนที่ประสบภัยที่สูญเสียในพื้นที่ประสบภัย ให้มีกำลังใจโดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือ
  3. ให้ความรู้ในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติเบื้องต้นให้กับเด็กเยาวชนในพื้นที่ชุมชน โรงเรียน ให้เป็นเครื่องมือทางปัญญาที่รองรับ ป้องกัน และลดทอนความสูญเสียได้

กลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ดำเนินงาน

กลุ่มเป้าหมายที่ร่วมทำโครงการคือกลุ่มเยาวชนอาสา ซึ่งประกอบด้วยแกนนำเด็กและเยาวชนในเครือข่าย สานศิลป์...รักษ์ถิ่นเกิด ของมูลนิธิกองทุนไทย ที่ได้ร่วมงานในโครงการสานศิลป์…รักถิ่นเกิด จำนวน 3 กลุ่ม (จาก 3 ภาค และ 3 พื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ) ประกอบด้วย

1. โรงเรียนปุกฮัก (โรงเรียนสร้างรัก) อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
2. กลุ่มมาลัยดาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
3. กลุ่มกล้วยไข่หวาน มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร

กลุ่มเป้าหมายอีกส่วน คือกลุ่มที่รับผลประโยชน์โดยตรงจากโครงการ คือ เด็กและเยาวชนในพื้นเสี่ยงที่จะประสบภัยพิบัติ ซึ่งกลุ่มเยาวชนอาสาทั้ง 3 กลุ่ม จะลงไปทำกิจกรรมด้วย จำนวน 6 กลุ่มๆ ละ 2 ครั้ง


This Website Design and Maintenance by noknight - สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต